http://www.kumanthongsiam.com
   สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  ประวัติ  เรื่องเล่า  กุมารทอง  อื่นๆ  รวมรูปภาพ  เว็บบอร์ด
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 24/05/2008
ปรับปรุง 13/11/2015
สถิติผู้เข้าชม14,154,361
Page Views23,116,604
Menu
หน้าแรก
รวมรูปภาพ
เว็บบอร์ด
อื่นๆ
ประวัติ
เรื่องเล่า
กุมารทอง
« June 2018»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
ครีมน้ำนมพอกหน้าใส S-ERUM by JACKJILL
ID.LINE : jillserum
The Ultimate Clinic
ครีมน้ำนมพอกหน้าใส S-ERUM by JACKJILL

 

ประสบการณ์จริงจากผู้เขียน เรื่องที่ 3

 

เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวผมเองซึ่งไม่ได้เล่าให้ใครฟังบ่อยนัก

                เคยเล่าให้พระ ให้เพื่อน กับบุคคลที่ใกล้ชิดฟัง บ้างก็กลัวบ้างก็หาว่าเพ้อเจ้อ แต่มันเคยเกิดกับผม ซึ่งกลัวว่าเล่าไปแล้วจะกระทบความรู้สึกหลายๆคนครับ

                เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อกลางปี 49 วันนั้นจำได้ว่าเป็นวันพุธ ช่วงกลางๆเดือน ผมก็ไปทำงานเป็นปกติเหมือนทั่วไป แต่ผมมีอาการรู้สึกหน้ามืด ใจสั่น เหมือนทรงตัวไม่อยู่แบบแปลกๆ ซึ่งผมก็ทานข้าวตามปกติ อาการเช่นนั้นก็หายไป พอกลับมาถึงบ้านตอนประมาณตี 1 กว่าๆก็อาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน ตอนนั้นประมาณตี 2 กว่าๆก็รู้สึกว่าตัวหนักมาก อยากจะเอนตัวลงนอน แต่รู้สึกขนลุกขึ้นมาเฉยๆ ก็เลยเปิดไฟ เปิดโทรทัศน์นอน พอหัวถึงหมอนก็หลับไปเลย โดยไม่รู้ว่าหลับไปเมื่อไร มารู้สึกอีกครั้งก็เริ่มแน่นหน้าอกขึ้นมาเฉยๆ สักพักก็รู้สึกว่าตัวเบาๆ และอาการเจ็บหน้าอกก็หายไป จากนั้นผมก็ลืมตาขึ้น เห็นเพดานห้องก็ตกใจ หันลงมามองตัวเราที่นอนที่เรานอนอยู่ ก็เห็นตัวเราเองนอนอยู่ แล้วก็กลับมามองตัวเอง แต่มองไม่เห็นมือ แขน ขา เหมือนว่าตัวเราโปร่งแสง ก็คิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรา หรือว่าเราตายไปแล้ว ผมก็ร้องไห้โฮเลย แต่ก็สำรวจตัวเองว่าตายจริงหรือเปล่า ลองไปกดปิดโทรทัศน์ แต่ก็สัมผัสไม่ได้ ตอนนั้นโทรทัศน์ยังเปิดอยู่เห็นรายการหนังจีนอยู่เลย แต่ทำไมเราปิดไม่ได้ เราก็คิดว่าเราตายไปแล้วแน่ๆ เดินไปร้องไห้ไป นึกว่าจะเดินไปไหนในบ้าน แค่นึกก็ไปถึงที่นั่นในทันที อยากไปในครัวแค่นึกก็ไปอยู่ในครัวทันที แปลกมากๆ

                สักครู่ผมก็เห็นเด็ก 2-3 คน เดินมาถามผมว่าพ่ออยากจะไปที่ไหน เราก็งงมากๆเลย เพราะเราไม่เคยเห็นพวกเขามาก่อน แต่นึกในใจว่าต้องเป็นกุมารทองแน่เลย เพราะใช้คำพูดกับเราว่า พ่อ เราก็ไม่ได้พูดอะไรด้วย ผมเพียงนึกว่าจะไปที่ไหนในตอนนั้น ผมก็นึกอยากไปหาเพื่อนคนหนึ่งเป็นผู้หญิงชื่อ ไปถึงหน้าคอนโดก็เห็นเขายืนที่ระเบียงห้อง กำลังจะปีนกระโดดลงมา ก็เห็นผมอยู่ด้านล่าง ก็โดดลงมาจากชั้น 6 เราก็ตะโกนบอกว่า อย่าโดดลงมา ผมก็วิ่งไปเห็น ยืนอยู่ข้างล่างแล้วก็บอกผมว่า เราตายมานานแล้วนะ เธอยังมางานศพฉันเลย ผมก็เริ่มกลัว แล้วก็เริ่มนึกได้ว่า อ๋อเราเคยไปงานศพ เมื่อ 10 ปีก่อน แต่ผมก็ยังกล้าๆกลัวๆ อยู่นานบอกผมว่า เขาโดดจากคอนโด ฆ่าตัวตายทุกวัน เวลาตี 2 ครึ่ง เขาบอกผมด้วยสีหน้าไม่ดีว่าเขาทรมานมาก โดดจนเจ็บ จนชิน โดดทุกวันมาเป็นเวลา 10 กว่าปีแล้ว จนหน้าเละ ร่างบิดเบี้ยว เขาพูดกับผมด้วยน้ำตาอย่างทรมาน และกรีดร้องโหยหวน เขายังบอกอีกว่า ช่วยบอกที่บ้านเขาด้วยว่าทำบุญมาให้ไม่ถึงเลย เขาทรมานมาก แล้วเขาก็ถามผมว่าผมสบายดีมั๊ย ผมก็ตอบไปว่าอืออย่างกลัวๆ และเองก็บอกกับผมอีกว่า ถ้าย้อนกลับไปได้คงจะไม่คิดโดดตึกฆ่าตัวตายเพียงแค่คิดผิดในเรื่องของความรัก เขาไม่น่าใจร้อนเลย จากนั้นผมก็ร่ำลากันไป

                จากนั้นผมก็นึกจะไปบ้านเพื่อนอีกคน อยู่แถวๆสะพานพุทธ ผมเจอเพื่อนผมชื่อว่า ผมก็ทักทายว่าสบายดีมั๊ย เขาก็บอกผมว่าเหงามาก เบื่อมาก ไม่มีใครคุยด้วยเลย เจอแต่ผีไม่มีญาติมากมายชอบมารังแก มาแกล้งบ้าง คุยอยู่ไม่นานผมก็บอกว่า เดี๋ยวไปแล้วนะ เพราะเหมือนมีเสียงเด็ก 2-3 คนมาเรียกว่า พ่อไปเที่ยวกันต่อ เราก็ไปต่อตามเสียงที่ชักชวน ขณะกำลังไปก็เห็นคนมากมายข้างถนน บนสะพาน แต่ไม่มีรถ รู้สึกสยองมากดูเหมือนเมืองร้าง คนที่อยู่บนสะพาน กำลังจะกระโดดลงไปในน้ำที่มีทั้งหญิง และชายประมาณ 40 กว่าคน ผลัดกันโดดน้ำ เสื้อผ้าเปียกชุ่มเหมือนเพิ่งจะขึ้นมาจากน้ำ และมาโดดใหม่อีก สีหน้าดูเศร้า หน้าตาใจจดใจจ่อเตรียมจะโดดสะพานอยู่อย่างเดียว เราเรียกก็ไม่ฟัง แต่ที่น่าสังเกตุ เสื้อผ้าที่ใส่กันมีทั้งผ้าถุง จุงกระเบน กางเกงขาบาน ยุคเก่าๆที่นิยมกัน มีผู้หญิงใส่กระโปรงสุ่มสีฟ้า สวมหมวกปีกกว้างสีขาว กำลังถอดรองเท้าสีขาว ปีนขึ้นไป เราก็ร้องว่า อย่าโดด ดึงมือเธอไว้ แต่เธอบอกว่า ปล่อยฉัน เดี๋ยวไม่ทัน แล้วเธอก็โดดลงไปในน้ำที่มืดสนิท ผมรู้สึกว่าเสียงเรียกของเด็กๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ จนผมต้องรีบไปตามเสียงที่ได้ยินทันที

                เมื่อผมเริ่มตามเสียงนั้นไปเหมือนว่าผมกระพริบตา ก็มายืนอยู่บนถนนลาดยาวที่มืดสลัว เห็นคนมากมายกำลังเดินตามกันไป บ้างก็หอบเสื้อผ้า บ้างก็หอบกระสอบอะไรไม่รู้มากมาย เดินก้มหน้าไปเหมือนหุ่นยนต์เลย รูปร่างหน้าตาผอมเห็นกระดูก เสื้อผ้าสกปรก มอมแมม กลิ่นเหม็นเหมือนขี้โคลน ของเน่า ต่างก็เดินไปตามทาง ผมเองก็เดินไปตามพวกเขาอย่างกลัวๆ และก็ร้องไห้ไปด้วย เพราะผมไม่คิดว่าผมตายไปโดยไม่ได้สั่งเสียใครเลย แต่ผมสังเกตุตัวผมว่า ทำไมเราถึงมองไม่เห็นตัวเอง แต่คนอื่นมองเห็นเรา พอมาถึงทางแยก ซ้ายกับขวา ทั้ง 2 ข้างจะมีอุโมงค์แยกกัน ผมเองก็ยังไม่เดินเข้าไป แค่มองเข้าไปว่ามันเป็นอะไรกันแน่ เห็นคนมากมายอยู่บนถนนทั้งสองข้าง ต่างถูกเฆี่ยนตีอย่างทรมาน แต่เผมไม่ได้ยินเสียงร้องของพวกเขา ผมก็เริ่มรู้แล้วว่า นี่มันอาจเป็นนรกรึเปล่านะ  จากนั้นก็มีผู้ชายเดินมาจากข้างหลัง ตัวสูงมากประมาณ 4-5 เมตร ตัวใหญ่มากๆ หน้าตาก็ดุมากๆ แต่งตัวเหมือนคนเราปกติ มือถือไม้ยาวประมาณ 3 เมตร ตัวดำแดง เสียงใหญ่น่ากลัว เดินมาประมาณ 5-6 คน แล้วก็ถามผมว่า มึงมาทำอะไรที่นี่ ผมกลัวมากจนร้องไห้ และนั่งลงตรงนั้นตอบกลับไปว่าผมเดินมาเรื่อยๆครับ และก็หลงเดินมาที่นี่ ผมจะไปทางไหนได้ครับ ชายคนนั้นก็บอกขู่ผมด้วยเสียงใหญ่ว่า มึงเดินกลับไปที่เดิม แต่มึงห้ามมองซ้ายขวานะ ผมก็รีบเดินกลับไปทางเก่าที่เดินมา

                ระหว่างนั้นที่เดินสวนกลับมา เห็นคนมากมาย แต่เจอคนที่รู้จักเป็นผู้หญิงชื่อ เธอร้องไห้อย่างฟูมฟาย ฝากบอกผมให้ไปบอกญาติพี่น้องเขาด้วยว่า ให้คืนเขาไป และทำบุญมาให้เขาเยอะๆด้วยทรมานเหลือเกิน และของบางอย่างอยู่ในเซฟ กุญแจอยู่ที่บ้านเก่า จากนั้น ก็รีบเดินไปเหมือนกลัวอะไรบางอย่าง

                ผมเดินมาไกลมากก็เห็นรั้วต้นไม้สูงประมาณ 10 กว่าเมตร แต่มีรูเล็กๆ ผมก็มุดเข้าไปดูว่ามันคืออะไร ผมเห็นคนกำลังถูกไฟเผา ดูสยดสยองมาก เดินไปร้องไปไฟก็ลุกท่วมตัว บางคนก็ดิ้นทุรนทุรายอยู่กับพื้น แต่ก็ต้องลุกขึ้นมาข้ามกองไฟอีก ผมเห็นแล้วกลัวมากมุดกลับมาเดินกลับมาที่ทางเดิน แล้วก็เดินมาเรื่อยๆรู้สึกได้กลิ่นหอมโชยมาเหมือนดอกราตรี กลิ่นนั้นหอมมากๆจนผมยืนดมอยู่นาน จากนั้นได้ยินเสียงเด็กเรียกผมว่า พ่อพ่อ มาทางนี้ ผมรีบเดินไปตามเสียง ไฟก็เริ่มสว่างขึ้นมาเรื่อยๆ ก็เห็นเด็กผมจุก 3-4 คน แต่งตัวเหมือนเด็กยุคโบราณ อายุประมาณ 7-8 ขวบ เราก็คิดในใจว่า คงเป็นลูกกุมารเราแน่ๆ ก็ได้คุยกับลูกๆว่า ลูกกุมารทองรึเปล่า เด็กๆตอบว่า ใช่จ้า แล้วก็หัวเราะกัน กุมารบอกว่าพ่อเดินไปผิดทาง หนูบอกให้พ่อเดินตามเสียงหนู แต่พ่อเดินไปอีกทาง หนูเรียกพ่อแล้ว หนูเดินไปทางนั้นไม่ได้ เพราะเขาไม่ให้เข้าไปเดี๋ยวออกมาไม่ได้ มันเป็นทางไปของคนตาย ไปรับผิดรับบาป แต่พ่อไม่ได้ยิน พอได้ฟังอย่างนั้น ผมก็ไม่ถามอีกเลย ลูกๆบอกว่า พ่อกลับบ้านกันเถอะพอเราบอก อือ

เราก็มาอยู่ในห้องนอน โดยเห็นตัวเราเองบนที่นอน และโทรทัศน์ก็ยังเปิดอยู่ ผมเองก็ยังงงๆอยู่ว่าจะเข้าร่างอย่างไรดี ในใจก็นึกถึงตอนวิญญาณเข้าร่างเหมือนในละคร ในหนัง ก็จะต้องนอนทับร่างเราเอง ก็ลองดู แต่ก็ยังลอยอยู่ไม่สามารถเข้าร่างได้ ก็คิดว่าคงไม่ใช่วิธีนี้แน่ๆ ผมจึงตั้งใจอธิษฐานตอนเอนตัวลงนอนทับร่างว่า  พระเจ้าผู้ทรงโลก สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย หากลูกยังไม่ถึงเวลาจากโลกนี้ไปจริงๆ ก็ขอให้ลูกกลับเข้าร่างได้ด้วยเถิด จากนั้นก็ตั้งสมาธิคือทำใจให้สงบ พอลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ รู้สึกเหนื่อยมากๆ และดูนาฬิกาตอนนั้นเป็นเวลา 3:45น.

ผมก็ลุกขึ้นอย่างตกใจว่า เราฝันไปรึเปล่า แต่เราก็เห็นโทรทัศน์เปิดอยู่ จึงรีบไปปลุกพ่อกับแม่ แต่ยังไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง เพราะกลัวหาว่าเราฝันไป หรือเพ้อเจ้อ แต่ผมก็ขอนอนด้วย เพราะนอนคนเดียวไม่ได้แล้ว ผมนอนไม่หลับจนถึงเช้า ได้นอนอีกทีก็ช่วงบ่ายๆ

จากนั้นอีกประมาณ 2 วัน ผมก็ได้ไปบ้านเพื่อนผู้หญิงชื่อ ก่อน โดยหาที่อยู่จากหนังสือรุ่น พอไปถึงครอบครังเขาก็ได้ย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว ถามคนแถวนั้นเขาบอกว่า ตั้งแต่ เสียไปครอบครัวก็ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นตามไม่ได้ หลังจากนั้นไม่กี่วัน ผมก็ตามไปหาบ้านเพื่อนที่ชื่อ อยู่แถวสะพานพุทธ พ่อแม่เขาบอกว่า เขาเสียไปหลายปีแล้ว ด้วยหัวใจวายเฉียบพลัน ผมก็ตกใจมาก เพราะผมไม่เคยเจอ ไม่เคยโทรหา เพราะเบอร์โทรศัพท์ของเพื่อนนั้นถูกระงับไป ผมจึงคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผม จึงพอจะรู้ได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเริ่มมีจริง ต่อจากนั้นอีกไม่กี่วัน ผมได้โทรไปที่บ้าน ทางบ้านบอกว่าเธอเสียไปประมาณ 2 ปีแล้ว แต่ผมก็ไม่รู้จะเล่าเรื่องให้ทางบ้านของเขาฟังอย่างไรดี กลัวเขาหาว่าผมเประสาทเสีย ก็เลยไม่ได้บอกอะไรต่อ เพียงบอกว่าถ้ามีทำบุญให้ช่วยโทรบอกผมด้วย

หลังจากเรื่องราวต่างๆผ่านไป ผมรู้สึกว่าผมเห็นบางสิ่งบางอย่าง ที่ผมไม่อยากเห็น แต่คนอื่นอยากรู้มากมายในที่ต่างๆ ประสบการณ์เรื่องเล่านี้ ผมคิดไตร่ตรองก่อนที่จะถ่ายทอดออกมาให้ได้เล่าสู่กันฟัง เพราะเกรงว่าจะมองว่าผมเป็นคนบ้า หรือไม่ก็ทำให้นักวิชาการสมัยนี้ คิดว่าผมผิดปกติด้านสมองรึเปล่า แต่ที่เล่ามาคือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด อย่างน้อยก็อาจจะทำให้ทราบกันว่านรกมีจริงนะ ทำอะไรก็ได้อย่างนั้น บางช่วง บางตอนก็ขอตัดออกไป เพราะมีคนบอกว่าอย่าเล่า

โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ ว่าผมใช้ชีวิตตามปกติของผมนั้น ผมเห็นอะไรต่างๆบ้าง ที่คนอื่นมองไม่เห็น

 
 หน้าแรก  ประวัติ  เรื่องเล่า  กุมารทอง  อื่นๆ  รวมรูปภาพ  เว็บบอร์ด
By kumanthongsiam.com.  
Copyright 2005-2018 All rights reserved.
view